ReadyPlanet.com
dot dot




พระครูประสิทธิ์นวกรรม article

 

 

ประวัติพระครูประสิทธิ์นวกรรมอดีตเจ้าอาวาสวัดนวลจันทร์(บางขวด)

เดิมท่านชื่อ นาย บำรุง  ขำประสิทธิ์ มีพี่น้อง ๘ คน ท่านเป็นคนที่ ๓ เสียชีวิตไปแล้ว ๒ คน เหลือ ๖ คนพี่น้อง          

  *บิดาชื่อว่า นาย แม้น  ขำประสิทธิ์                *มารดาชื่อว่า นาง จันทร์  ขำประสิทธิ์

เกิดเมื่อวันที่ ๑๔   กุมภาพันธ์  ๒๔๘๖  ณ. บ้านเลขที่  ๑๐ หมู่  ๑๕  ตำบลลาดพร้าว  อำเภอบางกะปิ  จังหวัดพระนคร  (กรุงเทพมหานคร)              จบการศึกษา  มัธยม    โรงเรียนสารวิทยา  พ.ศ. ๒๕๐๓ 

อุปสมบทเมื่อวันที่  ๒๖  กุมภาพันธ์  พ.ศ. ๒๕๐๙  ณ.วัดนวลจันทร์  (อายุ๒๓ปี)

            พระอุปัจฌาย์ พระครูคุณสารโสภณ

            พระกรรมวาจาจารย์ พระปลัดหุ่น (หลวงปู่หุ่น)

            พระอนุสาวนาจารย์ พระมหาแหวน

            การศึกษาทางธรรมท่าน จบนักธรรมเอกปี พ.ศ. ๒๕๑๘ จากสำนักเรียนกรุงเทพมหานคร ท่านดำรงตำแหน่งการปกครองต่อจาก พระปลัดหุ่น(หลวงปู่หุ่น) เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๔ ในปีที่ พระปลัดหุ่นท่านมรณภาพปี พ.ศ. ๒๕๑๑ การปกครองในวัดก็ว่างลงมีพระรักษาการต่อ เท่าที่ทำการบันทึกไว้มี ๒ รูป คือ พระอาจารย์ผล และ พระอาจารย์ปาน

ผู้เขียนเองก็ทันเห็นท่านอยู่ทั้ง ๒ รูป เมื่อพระอาจารย์ บำรุง ดำรงตำแหน่งการปกครอง ท่านก็พัฒนาวัดเรื่อยมามีศาลาปริยัติธรรม ปี พ.ศ. ๒๕๑๕ แล้วท่านก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นพระอธิการบำรุง อยู่จนถึงเป็นพระครูสังฆรักษ์ บำรุง เมื่อวันที่ ๑มกราคม ๒๕๒๓ เป็นฐาณานุกรมของ พระราชรัตนเมธีเจ้าคณะเขตบางกะปิ และปีต่อมาท่านได้เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นโทที่พระครูประสิทธ์นวกรรม ปี พ.ศ. ๒๕๒๔ ในขณะนั้นผู้เขียนบรรพชาเป็นสามเณรอยู่ และคอยช่วยเหลือท่านอยู่ในขณะนั้น ท่านมีเมตตาชงกาแฟให้ผู้เขียนฉันท์ทุกวัน ในปีเดียวกันผู้เขียนเองก็ได้ลาสิกขา ท่านยังเมตตาให้เงินผู้เขียนซื้อกางเกงอีกด้วยท่านพัฒนาวัดมาตลอด จนกระทั่งผู้เขียนเอง กลับมาอุปสมบทก็มาช่วยท่านพัฒนาวัดอีกในส่วนตัวที่ได้สัมผัสกับท่านมาถือว่าเป็นเวลายาวนานมาก ท่านเป็นพระที่มีศีลาจารวัตร งดงามมาก ผู้อื่นอาจมองว่าท่านเป็น “พระดุ” ไม่กล้าเข้าไกล้ ในส่วนการพัฒนาผู้เขียนได้อธิบายไว้ในประวัติวัดนวลจันทร์แล้ว ท่านเป็นพระนักทำเหมือนชื่อของท่านคือ พระครูประสิทธ์นวกรรมก็คือนักพัฒนา ท่านมีความสามารถหลายอย่าง ตั้งศาลก็ได้เพราะท่านได้เล่าเรียนมา พิธีกรรมทางศาสนาต่างๆ ท่านสามารถทำได้โดยไม่ติดขัด และทำการบันทึกเก็บรักษาไว้ ผู้เขียนเองยังได้ศึกษาย้อนหลังอีก และท่านก็พัฒนาวัดจนกระทั่งวาระสุดท้าย ท่านยกเสาศาลากาลเปรียญ หลังใหม่ไว้ให้ และได้อนุญาติให้เปิดศูนย์พัฒนาเด็กก่อนเกณฑ์ภายในวัดและได้เปิดทำการสอนตั้งแต่ วันที่ ๑๗ พฤษภาคม พ.ศ ๒๕๒๗ อีกด้วย ดังคำที่ว่าเกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรดา ทุกคนหนีไม่พ้นแม้แต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเองก็ตาม และในวันพุธที่ ๒๘กันยายน ๒๕๔๘ในวันนั้นถ้าผู้เขียน มีญาณหยั่งรู้หรืออะไรก็ตามแต่ จะเดินเข้าไปถามท่านทุกอย่างที่อยากรู้ และในสิ่งที่ท่านอยากจะทำแต่ก็ทำได้แค่คิดเท่านั้น ในวันนั้นผู้เขียนเดินผ่านท่านออกมาทำงานในสำนักงานเหมือนเดิม ท่านพระอาจารย์ออกมากวาดลานวัดตัดต้นไม้แต่เช้าเลย และไม่นึกว่าจะเป็นวันสุดท้ายที่ผู้เขียนจะได้เห็นท่าน พอตอนเย็นสักประมาณราว  ๑๗.๐๐ น.  ลูกศิษย์วิ่งมาตามว่าพระอาจารย์หายใจไม่ออกตัวผู้เขียนทิ้งงานรีบวิ่งไปดูท่านในกุฏิทันที พอไปถึงผู้เขียนทำอะไรไม่ถูกตกใจไม่นึกว่าพระอาจารย์ จะเป็นหนักขนาดนี้ แต่ก็ช่วยกันยกท่านขึ้นรถลูกศิษย์ส่งโรงพยาบาลสินแพทธ์ แต่อาการท่านเป็นหนักมากทางโรงพยาบาลสินแพทธ์ก็นำท่านส่งต่อโรงพยาบาลรามคำแหงเพราะเป็นศูนย์โรคหัวใจโดยตรง  ผู้เขียนนั่งรถโรงพยาบาลนำท่านส่งโรงพยาบาลรามคำแหงเป็นการด่วนมากเปิดไฟนำทางไปตลอด  มีคำถามเกิดขึ้นในใจของผู้เขียนมากมายขออย่าได้ให้พระอาจารย์เป็นอะไรไปเลยภาวนาทุกอย่างจนถึงโรงพยาบาลวิ่งตามรถเข็นพระอาจารย์เข้าห้องไอ ซี ยู โดยไม่อายใครเลย ในขณะนั้นนั่งเฝ้าภาวนาขอให้พระอาจารย์อย่าได้เป็นอะไรขอให้หายกลับมาปฎิบัติภารกิจ และศาสนากิจเหมือนเดิม นั่งอยู่ราวประมาณ  ๒๓.๐๐ น. ก็กลับมาวัดโดยมีคำถามมากมายกลับมาด้วย และในวันพฤหัสบดี ที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๘ ตอนเช้าหลังจากได้รับข่าวจากโรงพยาบาลว่า  พระอาจารย์อาการไม่ได้ดีขึ้นเลยตั้งแต่เมื่อคืนหลังผู้เขียนกลับมาแล้วและเวลา ๐๘.๓๐ น. พระอาจารย์ก็จากพวกเราไปโดยไม่มีวันกลับมาอีกเลย ผู้เขียนไปนำร่างท่านกลับมาที่วัดด้วยตัวผู้เขียนเองและนำท่านมาสวดพระอภิธรรมในวันนั้นเลย เป็นที่อัศจรรณธ์มากเมื่อนำร่างท่านมาถึงและนำขึ้นวางบนศาลาก็เกิดฝนตกใหญ่ไม่ยอมหยุดเหมือนว่าฟ้าเทวดารับรู้ว่าร่างของพระอาจารย์กลับมาวัดแล้ว และในวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๔๘ ตรงกับวันศุกร์ก็มีพิธีน้ำหลวงสรงศพและ ทำพิธีบรรจุลงหีบทองทิบในพิธิหลวงและญาติโยมมารดสรงน้ำสรีระของพระอาจารย์มากมายจนเย็น และในวันนั้นผู้เขียนเองก็ต้องรับภาระรักษาการแทนต่อจากพระอาจารย์ และทำหน้าที่ของลูกศิษย์เต็มกำลังความสามารถ สวดพระอภิธรรมจนครบ ๖๓ คืน โดยไม่เหน็ดเหนื่อย ครบถ้วน ๗ วัน ๕๐ วัน ๑๐๐ วัน และหนึ่งปี โดยลำดับจนครบวาระทุกอย่าง และผู้เขียนจะขอจดจำทุกเรื่องที่พระอาจารย์สั่งสอนเป็นแนวทางปฎิบัติ และให้พระอยู่ในวัตรปฎิบัติ และพัฒนาสืบต่อไป ฉะนั้นขอคุณงามความดีในตัวท่านพระครูประสิทธ์นวกรรมที่ได้ทำมาตั้งแต่ต้นจนวาระสุดท้ายของท่านและบารมีสิ่งศักด์สิทธ์ของบูรพาจารย์ทุกองค์และเหล่าเทวดาทุกชั้น  

 จงนำพาวิญญาณของท่าน พระครูประสิทธ์นวกรรมสู่สัมปรายภพที่สูงที่สุดและสงบในปรโลกด้วยเทอญ  ผู้เขียนได้บันทึกประวัติของท่านขึ้นมาเพราะความเคารพในตัวท่านมากยิ่ง และขอสืบเจตนาอันดีของท่านตลอดไป จนกว่าชีวิตของผู้เขียนจะดับไป

                                                                                                           

                                                   ด้วยความเคารพและรำลึกถึง                                                                                                                          

                                                พระครูวินัยธรประเสียร อโนมคุโณ

                                                         เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน




ประวัติเจ้าอาวาส

หลวงปู่หุ่น article
พระครูธีรพัฒนาภรณ์ article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.